เห็นข่าวนักเทควันโด้ทีมชาติไทยที่โดนโค้ชชาวเกาหลีใต้ลงโทษแล้วเกิดประเด็นให้คิดหลายอย่าง
คงไม่ต้องสืบสวนว่าใครถูกใครผิด
ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการที่ทางสมาคมตัดสินกันเอง
แต่ถ้าให้มองในด้าน พฤติกรรม ความคิด
ทัศนคติ ทั้งของนักกีฬาและผู้ฝึกสอน
เราสามารถมองได้หลายมุม
แล้วแต่ว่าจะเห็นอะไรที่เด่นชัดกว่ากันกับประเด็นที่เกิดขึ้น
ตามเนื้อข่าวจะเห็นว่านักเทควันโด้สาวทีมชาติไทยรู้สึกโมโหและโกรธมากกับการโดนลงโทษของเขา
ซึ่งมาจากความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างทีมงานกับนักกีฬา
และเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ
ส่วนทางผู้ปกครองก็ให้ความเห็นในทำนองเดียวกัน
เพียงแค่ไม่ต้องการเอาผิดใดๆ กับโค้ช เพียงต้องการคำขอโทษ
และคงไม่ให้ลูกสาวของตนเล่นให้ทีมชาติต่อไป
นี่คือเสียงจากฝั่งผู้เสียหาย
ด้านผู้ที่รู้จักโค้ชเกาหลีใต้ผู้นี้เป็นอย่างดี
เช่น “วิว” เยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิง
ทีมชาติไทย ได้กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของกีฬาชนิดนี้
ซึ่งที่ผ่านมารุ่นพี่ล้วนโดนหนักกว่านี้มาแล้วหากกระทำผิด เนื่องจากเข้าใจว่าตัวโค้ชมีความตั้งใจเต็มที่ที่จะให้นักกีฬาประสบความ
สำเร็จ
“แม็กซ์” ชัชวาล ขาวละออ อดีตแชมป์โลกและปัจจุบันเป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติไทย
ซึ่งเดินทางไปคุมทีมนักกีฬาได้กล่าวว่า สำหรับตนแล้ว การลงโทษของโค้ชไม่ได้เกินกว่าเหตุเลย
ตอนเป็นนักกีฬาตนก็เจอแบบนี้เหมือนกัน
นี่คือบางเสียงจากผู้ที่มีความใกล้ชิดโดยตรงกับโค้ชเกาหลีใต้ผู้นี้
และจากสื่อต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศบ้านเกิดของโค้ชได้นำเสนอไว้ว่า
ให้โค้ชลาออกเพื่อกลับมาเป็นโค้ชที่บ้านเกิดตัวเอง
พร้อมยังได้แสดงความคิดเห็นว่า นักกีฬาไทยสมควรโดนลงโทษแล้ว เพราะไม่มีวินัย
ขาดความมุ่งมั่น มีอย่างที่ไหนจะลงแข่งอยู่แล้ว
ยังไปนั่งใส่สนับแข้งกลางสนามและคู่แข่งมายืนรอ
หากเขารับไม่ได้ก็ไม่สมควรมาเล่นกีฬาชนิดนี้ หรือ มาติดทีมชาติตั้งแต่แรก
ถ้าหากสิ่งที่ทางสื่อเกาหลีใต้ได้ให้ไว้เป็นเรื่องจริงเราจะเห็นอะไรบ้าง
ทัศนคติ
วินัย
ความรับผิดชอบ
ความเป็นมือชีพ
ผมเองไม่ได้ดูถูกความเป็นไทย
เพียงแค่มุมมองหนึ่งที่เห็นความแตกต่างของสองชาตินี้ที่เห็นได้อย่างชัดเจน
ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งซึ่งเคยเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชลบุรี
และเคาเคยเล่าว่าสมัยที่เรียนและเล่นฟุตบอลอยู่ที่นั่น มีโค้ชเป็นชาวเกาหลีใต้
ทั้งยังเคยไปเก็บตัวที่ประเทศนั้น
เพื่อนผมบอกว่าโค้ชเป็นคนที่มีความเป็นมืออาชีพสูง
ซ้อมเป็นซ้อม หนักแค่ไหนก็ต้องทำ ทั้งวิ่งขึ้นเขาลงเขา (หิมะตกด้วย)
ซ้อมวันละสองเวลา เช้า-เย็น ใครขี้เกียจ อู้ หรือทำผิดตามกฎที่ได้วางไว้จะมีบทลงโทษที่ต้องได้รับและทำต่อหน้าเพื่อนร่วมทีมทุกคน
และสิ่งที่ได้จากการซ้อมหนัก คือ วินัย
กำลัง ความฟิต และผลการแข่งขันที่ดี
มองกลับมาที่บ้านเรา เอาง่ายๆ
สมัยก่อนอาวุธประจำกายของครูคืออะไร “ไม้เรียว” จะลงโทษเมื่อนักเรียนทำผิด และ “ไม้เรียว”
นี่เองได้สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพเกิดขึ้นมากมายในสังคมไทย
ปัจจุบัน “ไม้เรียว”
ไม่สามารถทำอะไรกับนักเรียนได้
แล้วผลที่เกิดขึ้น...คงไม่ต้องพูดถึง
บทสรุปของเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร...ยังไม่รู้
เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวให้อะไรกับเราบ้าง พิจารณาตามสิ่งที่เห็นนะครับ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น