วันอังคารที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Thailand VS South Korea

          เห็นข่าวนักเทควันโด้ทีมชาติไทยที่โดนโค้ชชาวเกาหลีใต้ลงโทษแล้วเกิดประเด็นให้คิดหลายอย่าง คงไม่ต้องสืบสวนว่าใครถูกใครผิด ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการที่ทางสมาคมตัดสินกันเอง

                แต่ถ้าให้มองในด้าน พฤติกรรม ความคิด ทัศนคติ  ทั้งของนักกีฬาและผู้ฝึกสอน เราสามารถมองได้หลายมุม แล้วแต่ว่าจะเห็นอะไรที่เด่นชัดกว่ากันกับประเด็นที่เกิดขึ้น


          ตามเนื้อข่าวจะเห็นว่านักเทควันโด้สาวทีมชาติไทยรู้สึกโมโหและโกรธมากกับการโดนลงโทษของเขา ซึ่งมาจากความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างทีมงานกับนักกีฬา และเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ

          ส่วนทางผู้ปกครองก็ให้ความเห็นในทำนองเดียวกัน เพียงแค่ไม่ต้องการเอาผิดใดๆ กับโค้ช เพียงต้องการคำขอโทษ และคงไม่ให้ลูกสาวของตนเล่นให้ทีมชาติต่อไป

          นี่คือเสียงจากฝั่งผู้เสียหาย

          ด้านผู้ที่รู้จักโค้ชเกาหลีใต้ผู้นี้เป็นอย่างดี เช่น วิวเยาวภา บุรพลชัย อดีตนักกีฬาเทควันโดหญิง ทีมชาติไทย ได้กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติของกีฬาชนิดนี้ ซึ่งที่ผ่านมารุ่นพี่ล้วนโดนหนักกว่านี้มาแล้วหากกระทำผิด เนื่องจากเข้าใจว่าตัวโค้ชมีความตั้งใจเต็มที่ที่จะให้นักกีฬาประสบความ สำเร็จ
          แม็กซ์ชัชวาล ขาวละออ อดีตแชมป์โลกและปัจจุบันเป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติไทย ซึ่งเดินทางไปคุมทีมนักกีฬาได้กล่าวว่า สำหรับตนแล้ว การลงโทษของโค้ชไม่ได้เกินกว่าเหตุเลย ตอนเป็นนักกีฬาตนก็เจอแบบนี้เหมือนกัน

          นี่คือบางเสียงจากผู้ที่มีความใกล้ชิดโดยตรงกับโค้ชเกาหลีใต้ผู้นี้

          และจากสื่อต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศบ้านเกิดของโค้ชได้นำเสนอไว้ว่า  ให้โค้ชลาออกเพื่อกลับมาเป็นโค้ชที่บ้านเกิดตัวเอง พร้อมยังได้แสดงความคิดเห็นว่า นักกีฬาไทยสมควรโดนลงโทษแล้ว เพราะไม่มีวินัย ขาดความมุ่งมั่น มีอย่างที่ไหนจะลงแข่งอยู่แล้ว ยังไปนั่งใส่สนับแข้งกลางสนามและคู่แข่งมายืนรอ หากเขารับไม่ได้ก็ไม่สมควรมาเล่นกีฬาชนิดนี้ หรือ มาติดทีมชาติตั้งแต่แรก
 
          ถ้าหากสิ่งที่ทางสื่อเกาหลีใต้ได้ให้ไว้เป็นเรื่องจริงเราจะเห็นอะไรบ้าง

                    ทัศนคติ
                    วินัย
                    ความรับผิดชอบ
                    ความเป็นมือชีพ

          ผมเองไม่ได้ดูถูกความเป็นไทย เพียงแค่มุมมองหนึ่งที่เห็นความแตกต่างของสองชาตินี้ที่เห็นได้อย่างชัดเจน



         ผมมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งซึ่งเคยเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงของจังหวัดชลบุรี และเคาเคยเล่าว่าสมัยที่เรียนและเล่นฟุตบอลอยู่ที่นั่น มีโค้ชเป็นชาวเกาหลีใต้ ทั้งยังเคยไปเก็บตัวที่ประเทศนั้น

          เพื่อนผมบอกว่าโค้ชเป็นคนที่มีความเป็นมืออาชีพสูง ซ้อมเป็นซ้อม หนักแค่ไหนก็ต้องทำ ทั้งวิ่งขึ้นเขาลงเขา (หิมะตกด้วย) ซ้อมวันละสองเวลา เช้า-เย็น ใครขี้เกียจ อู้ หรือทำผิดตามกฎที่ได้วางไว้จะมีบทลงโทษที่ต้องได้รับและทำต่อหน้าเพื่อนร่วมทีมทุกคน

          และสิ่งที่ได้จากการซ้อมหนัก คือ วินัย กำลัง ความฟิต และผลการแข่งขันที่ดี
        
          มองกลับมาที่บ้านเรา เอาง่ายๆ สมัยก่อนอาวุธประจำกายของครูคืออะไร “ไม้เรียว” จะลงโทษเมื่อนักเรียนทำผิด และ “ไม้เรียว” นี่เองได้สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพเกิดขึ้นมากมายในสังคมไทย

          ปัจจุบัน “ไม้เรียว” ไม่สามารถทำอะไรกับนักเรียนได้

          แล้วผลที่เกิดขึ้น...คงไม่ต้องพูดถึง


          บทสรุปของเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร...ยังไม่รู้ เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวให้อะไรกับเราบ้าง พิจารณาตามสิ่งที่เห็นนะครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น